

如何不担心-Paul McGee
หนังสือดีเหมาะสำหรับคนที่มีอาการจิตตกกลัดกลุ้ม้ร้า
เป็นหนังสือที่หยิบเอามาอมานโดยบังเอิญเนื่องจากขี้เกียจทำงาน
ิโภคนว่าดูเกี่ยวข้องกับตัวเองดีและดูน่าจะใช้ประโยชน์กับคนที่บริโภคFluoxetineอย่างข้าพเจ้าได้
压力(压力)压力(焦虑)压力(压力)压力(压力)压力(压力)压力(压力)压力(焦虑)压力(压力)压力)หายได้ด้วยการทำตัวให้ร่าเริงนั่น—เป็นความคิดที่ผิดมหันต์。。หากท่านได้สัมผัสโรคนี้ด้วยตัวเองมันเกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมองและสามารถแสดงอากา ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนด้วยการรับประทานยาไม่ใช่การเข้าวัด!
- 交易心理学2.0:带注释的报价(第1部分)
- 阿帕拉吉托(Aparajito)–不败的人(shakunthala sundararajan)
- 漫漫长路:金·史丹利·罗宾逊的《极光》
- 为什么您会喜欢并从“万山之影”中学习和学习:书评
- 书评:软荆棘–米歇尔·蕾妮·基德威尔
(ข้าพเจ้าบริโภค氟西汀กับDiazepamต่อเนื่องกันมาเกิน3เดือนแล้ว)
ดีตามวิตกกังวล“อ“อดีต”
บางอย่างในอดีตส่งผลให้ปัจจุบันนั้นวิตกกังวลเช่นปัญหากับแฟนเก่าปัญหาในชีวิตซึ่งโดรส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้วเป็นเรื่อื่ารทำงาน เกมองไม่ถนัดนั่นคือการแปลภาษาเกาหลีเป็นกซักคำย(โดากอยากรู้ว่าผลงานเป็นยังไงให้ลองเข้าไปเล่นเกมBlade and Soulเซิฟเวอร์ไ biaยดูครับ)ซึ่งการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้แลกมากับการขาดเรียนปริญญาโทbiaนอาจารย์ที่เป็นเพศที่สามหมายหัวbiaอคติ(bias)กับข้าไม่จบาอย่างสูงจนทำให้เรียนไม่จบ แลกกับงานสำเร็จไปด้วยดี
。ารประเมินปลายปีกลับไม่ได้ผลดีขนาดนั้น..จนทำให้สมองเริ่มเสียสมดุล
หยุดงานซักสองสัปดาห์ครั้งเพราะไม่อยากไปทำ
เพริเริ่มงานใหม่ๆเพราิเามันไม่ได้อะไรเพิ่มหรอก
ไม่กลับไปเรียนปริญญาโทเพราะอาจารย์คนนั้น
สุดท้ายด้วยแรงกดดันจากทุกทางข้าพเจ้าก็ไปอยู่ในห้องกับจิตแพทย์ของโรงพยาบาลพระรารามเก้าแล้วยแล้วพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิท
ไม่มีอะไรจะคุยกับหมอให้ทุกคนเล่าและเราเสริมในส่วนที่ทำให้เครียด
หมอก็พยายามทำให้ทุกอย่างมันดูเป็นเรื่องเล็กซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดก็เลยไม่ค่อยจะเชื่ออะไรหมอซักเท่าไรแต่ก็รับยามาทานดู
ซึ่งหลังจากนั้นสามสัปดาห์ก็ค่อนข้างปกติมากขึ้น
保罗·麦基(Paul McGee)保罗·麦吉(Paul McGee)的观点? —กังวลในปัจจุบัน? เช่นปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต? เช่นการประเมินปลายปีที่กำลังจะมาถึงหรือเกิดจากอดีตที่ยังหลอกหลอนมาถึงปัจจุบัน
จากนั้นให้วิเคราะห์ว่าความกังวลนั้นเป็นยังไง
- —าจากอดีตที่หลอกหลอน—แบบที่ข้าพเจ้าเป็น
- มาจากความกังวลไปเองซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ได้เช่นตึกที่ยืนอยู่นั้นจะถล่มลงมาหรือการลงทะเลแล้วถูกฉลามกัด
- มาจากปัจจุบันที่ปัจจุบันไม่คุยกับเพื่อนร่วมงานที่ทะเลาะกันอยู่หรือการประเมินปลายปีอาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิดแค่เราคิดไปก่อนว่ามันเลวร้าย
อนี้หลังจากที่เราจัดประเภทของความกังวลให้มันแล้ว(อาจจะเขียนลงบนกระดาษ)ก็ถึงเวลาที่เราจะมาไล่จัดการมันเริ่มต้นจากแบบที่สองซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าโอกาสที่มันจะเกิดขึ้นได้มันได้มัน ยาไปไม่ได้ากๆและแทบเป็นไปไม่ได้หากสมองยังไม่ยอมรับรู้ถึงสิ่งนั้นให้ลองหาข้อมูลมาสนับสนุนดูนเช่นมีการเก็บสถิติมาว่าว่ารถูกกัดโดยฉลามครั้งสุดท้ายในเอเชียเกิดขึ้นเมื่อปี2000(htt ps://en.wikipedia.org/wiki/Shark_attack)นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าการถูกฉลามกัดมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆและเลิกกังวลมันได้แล้ว!
กลับมาที่อย่างแรกควาจะไปต่ากอดีตที่ตามมาหลอกหลอนการจะไปต่นั้นจำเป็นจำเป็องใช้ตัวช่วยซึ่งก็คืาซึ่งก็คือรมางหนปรปา ายเลยแต่หากการระบายออกมานั้นยังไม่สามารถขจัดความวิตกกังวลนั้นออกจากหัวได้ควรไปพบแพทย์อย่างยิ่ง
ไม่มีอะไรต้องกลัวเวลาพบจิตแพทย์แค่เล่าให้เขอะไรขึ้นและความคิดอะไรในหัวที่มันวนเวียนอยู่ไม่ยอมจากไปจากหัวเราเสียทีจะวิาจะวินิจฉัยิจฉัรว่ กินยาหรือไม่กินยาก็ได้
ดูามวิตกกังวลประเภทสุดท้ายให้ลองให้คะแนนดู0–10ที่เกี่ยวกับการจัดการความวิตกกังวลนั้นดูโดยที่
0คือไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้เช่นความสัมพันธ์ที่มันพังทลายไปแล้ว
10คือสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เช่นการพรีเซนต์งานที่สามารมรียมตัวล่วงหน้าได้
เมื่อให้คะแนนมันได้ก็จัดการความกังวลที่คะแนนสูงสุดก่อนเลยเพราะเราสามารมยนแปลงมันได้! ริ่งสามารถจัดการได้ง่ายเท่าไรก็ยิ่งลดความวิตกกังวลในจิตใจเรามากขึ้นเท่านั้นซึ่งทำให้การเยียวยายั้นาาได้ผลมนเรื่อยๆแล้วจิตใจมันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ
บางอย่าง(หรือบางคน)สามารถกระตุ้นให้เราเกิดอาการวิตกกังวลได้ง่ายแต่เราจัดการเปลี่ยนแปลงมัน(หรือเขา)ได้รึเปล่าล่ะ? 0าคำตอบคือไม่าข่ายคะแนน0คะแนนที่เราพึ่งจัดเรียงให้ความกังวลกันเมื่อกี้
อย่างนึงที่ควรระลึกไว้เสมอ:อย่าดูถูกคุณค่าในใอง
หากเราลดคุณค่าในตัวเองจะทำให้สิ่งที่ไม่สามารถจัดการได้นั้นบุกรุกเข้ามาทำร้ายจิตใจเราทีละน้อยและมันจะกระตุ้นอาการให้เกิดขึ้นง่ายมากๆการออกห่างจากมัน อย่างยิ่งหากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหนีได้พ้นต้องเจอมันทุกวัน
迪泽帕姆Diaามตัวเองว่าทำไมจะต้องทนพอเลยได้ไหมหรือหาตัวช่วย
productารที่เราเป็นห่วงทุกคนรอบตัวเป็นเรื่องดีแต่มันอาจกัดกินเาานน ส่วนตัวก็เช่นกันเป็นคนที่ต้องหาอะไรทำตลอดเวลาก็เลยจะไม่ชอบการรอคอยซึ่งไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย
ด้วยการที่จิตมันมาเช่นนี้ก็เลยจะไม่ชอบการเดินทางในกรุงเทพฯที่รถติดขัดมากเหมือนเป็นการเอาเวลาไปเททิ้งเล่นๆ ซึมเศร้าเลยก็ได้
นั่นเป็นเพราะเราพยายามที่จะเอาใจให้ได้ทุกคนทำไมเราต้องรอก็เพราะเขาเป็นคนสำคัญทำไมเราต้องเดินทางฝ่าราถติดะเราะเรื่องนั้นมันสำคัญนสำคัญ
อรเออาจเกิดการตัวเาได้นได้นให้องขึ้นมาก่อนตัวเราพวกอพวกนั้นกลึกนมีคุณค่ามีคุณค่ากกว่าที่จะให้ปัญหาพวกนพวกรี้ฝัง พูดตรึกษากับทุกคนไปเลยพูดตรงๆกันไปเลยปัญหาไม่ได้แก้ยากกว่าที่คิดแค่เราคิดไปก่อนล่วงหน้าและทำให้วิตกกังวลมากขึ้นหากสุดท้ายแล้วปัญหามันฝังรากลึกลงไ การแก้ไขมันจะทำได้ยากขึ้นมากๆและอาจจะจบลงที่จิตแพทย์และการรับประทานยา
เป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถเอาชนะความวิตกกังวลในสมองให้ได้
และ..
Hiารแก้ไขปัญหาทางสภาพจิตใจสามารถจัดการได้ง่ายๆด้วยการออกกำลังกายหรือเดินขึ้นเขา(远足)ประมาณนั้น..ลองดู